ข่าวสาร
News
2559
2557
2556
2555

ฮายาชิ เฟลท์นำ "MCFrame" มาใช้งานที่โรงงานในประเทศไทย
~ เพื่อปรับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับแพ็คเกจและทำให้การผลิตสินค้าที่หน้างานมีความเหมาะสมที่สุด ~

04.08.57

"นี่คือฉบับแปลที่เผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่น ฉบับวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 2014 ท่านสามารถอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ที่"

บริษัท โทโย บิสซิเนส เอ็นจีเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น (สำนักงานใหญ่: เขตชิโยดะ จังหวัดโตเกียว, ประธานบริษัทและ CEO : คุณมาซะโนริ โอซาวะ, ต่อไปนี้เรียกว่า B-EN-G) แถลงว่า บริษัท ฮายาชิ เฟลท์ จำกัด (สำนักงานใหญ่: เขตไทโต จังหวัดโตเกียว, ประธานกรรมการควบตำแหน่งประธานบริษัทและ CEO: คุณฮิโรมาสะ โมริยะ, ต่อไปนี้เรียกว่า ฮายาชิ เฟลท์) ได้นำ "MCFrame CS Start-Up Edition" ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นมาตรฐานของ "MCFrame" เข้ามาใช้งาน เพื่อรองรับการผลิตที่โรงงานในประเทศไทย โดยจะใช้ใน "การควบคุมการผลิตและการจำหน่าย"และ "การควบคุมต้นทุน" ซึ่งบริษัท โทโย บิสซิเนส เอ็นจีเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลในประเทศไทยของ B-EN-G (ต่อไปนี้เรียกว่า B-EN-G Thai) ได้ให้การสนับสนุนในการนำเข้ามาใช้งาน

■นำระบบการควบคุมการผลิต/จำหน่ายและการควบคุมต้นทุนมาใช้งานภายใน 2 เดือน (MCFrame CS Start-Up Edition)
ฮายาชิ เฟลท์ เป็นผู้ผลิตวัสดุซีลของอุปกรณ์ OA, อุปกรณ์ AV, โทรศัพท์มือถือและอื่นๆ เช่น วัสดุป้องกันเสียง, วัสดุป้ายฉลาก, วัสดุปะเก็น, วัสดุกันแสง ฯลฯ โดยบริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองอาซาคุสะ จังหวัดโตเกียว บริษัทมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในเรื่องเทคโนโลยีซึ่งสามารถรองรับการผลิตอุปกรณ์ความแม่นยำสูงในปริมาณน้อยแต่มีคุณภาพมากหลากหลายได้อย่างมีคุณภาพและสามารถจัดส่งได้ในเวลาอันสั้น บริษัทแห่งนี้ได้ขยายการผลิตออกไปในต่างประเทศ โดยในปีค.ศ. 2002 ได้ก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่เมืองต้าเหลียน ประเทศจีนเป็นแห่งแรก และขยายต่อไปที่เมืองซูโจวและเมืองจงซาน รวม 3 แห่งด้วยกัน และในโอกาสนี้ บริษัทได้พิจารณาแล้วว่ามีลูกค้าสำคัญเข้ามาดำเนินการในประเทศไทย อีกทั้งเพื่อกระจายความเสี่ยง บริษัทจึงก่อตั้งโรงงานที่จังหวัดปราจีนบุรี ประเทศไทย ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2013 บริษัทแห่งนี้ได้ใช้ “MCFrame CS Start-Up Edition„ เพื่อการควบคุมการผลิต/จำหน่ายและการควบคุมต้นทุน บริษัทได้เริ่มโปรเจคการนำเข้ามาใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 2014 โดยเริ่มใช้งานในช่วงปลายเดือนมีนาคมของปีเดียวกัน และเปลี่ยนจากการใช้งานควบคู่กับ Excel มาใช้ระบบอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

■เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกใช้งาน คือ การควบคุมชิ้นงานระหว่างกระบวนการ/การเปลี่ยนแปลงดีไซน์, ความเข้ากันได้ของกระบวนการทำงานและแพ็คเกจ, การให้ความช่วยเหลือที่ประเทศไทย
เหตุผลในการนำมาใช้งานมีดังต่อไปนี้

  1. สามารถควบคุมผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการได้
  2. รองรับการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ของโครงสร้างผลิตภัณฑ์ได้อย่างยืดหยุ่น
  3. สามารถปรับกระบวนการทำงานภายในโรงงานให้เข้ากับกระบวนการมาตรฐานของแพ็คเกจได้
  4. มีระบบการให้ความช่วยเหลืออย่างเพียบพร้อมที่ประเทศไทย (ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, และภาษาญี่ปุ่น)

■โปรเจคที่เจ้าหน้าที่คนไทยเป็นกำลังหลักในการดำเนินการตั้งแต่ขั้นตอนกำหนดความต้องการของระบบ
หลังจากที่เจ้าหน้าที่คนญี่ปุ่นระดับสูงของโรงงานไทยสำรวจและคัดเลือกจากผลิตภัณฑ์ซึ่งมีความพร้อมในด้านระบบการให้ความช่วยเหลือที่ประเทศไทยแล้ว ได้วางแผนเพื่อให้การผลิตสินค้าที่ประเทศไทยและการใช้งานระบบมีความเหมาะสมมากที่สุด โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่คนไทยนำระบบมาใช้งาน รวมถึงทำกำหนดความต้องการของระบบ ปัจจุบันได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบงานในแต่ละระบบการทำงาน พร้อมทั้งค่อย ๆ เปลี่ยนจากการปฏิบัติงานด้วยมือ โดยใช้ Excel เป็นหลัก มาเป็นการควบคุมด้วยระบบ อีกทั้งยังควบคุมการทำงานให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเจ้าหน้าที่แต่ละคน นอกจากนี้ที่ปรึกษาคนไทยของ B-EN-G Thai ยังได้ให้ความช่วยเหลือได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยทำการฝึกอบรมและตอบสนองความต้องการต่างๆที่มีการติดต่อสอบถามเข้ามา

MCFrame Start-Up Edition คือ อะไร
เป็นเวอร์ชั่นกะทัดรัดที่รวมเอกสารและกลุ่มเครื่องมือ (Document & Tool Group) ไว้เป็นชุด เพื่อนำไปใช้งานและบริหารจัดการ โดยคัดเฉพาะระบบการทำงาน “การควบคุมการผลิต/จำหน่าย„ และ “การควบคุมต้นทุน„ ที่จำเป็นสำหรับฐานการผลิตในต่างประเทศ และส่งเสริมให้มีการนำ ERP ไปใช้งานที่ฐานการผลิตต่างประเทศโดยใช้ระยะเวลาในการติดตั้งที่น้อยลงหลังจากนั้นยังสามารถอัพเกรดโดยไม่ต้องโอนย้ายข้อมูลไปเป็น “MCFrame CS„ ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่สูงกว่า เพื่อให้เหมาะสมกับระดับการเติบโตของงานในฐานการผลิตหรือการขยายตัวของกิจการได้ จึงสามารถใช้งานได้ในระยะยาวอย่างสมเหตุสมผล นอกจากนี้ยังจัดการกับปัญหาต่างๆได้ เช่น ปัญหาทางด้านภาษาหรือปัญหาการเปลี่ยนคนซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของต่างประเทศ ด้วยคุณลักษณะพิเศษต่างๆ เช่น โครงสร้างเมนูและดีไซน์ของหน้าจอที่สามารถรับรู้ได้ทันที, การตั้งค่ามาสเตอร์ที่เข้าใจง่าย เป็นต้น และยังสามารถลดต้นทุนในตอนที่นำเข้ามาใช้งานได้ เช่น การจัดเตรียมคู่มือหรือการฝึกอบรม ได้มากกว่าเดิมอย่างมาก

■■เกี่ยวกับ MCFrame
Manufacturing and Communication Framework หรือ “MCFrame„ เป็นระบบที่มีฟังก์ชั่นการทำงานหลากหลาย (Multi-functional System) สำหรับการจัดการด้านการผลิต การจัดการด้านการขาย และการจัดการด้านต้นทุน อีกทั้งยังเป็นระบบที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่มีรายละเอียดของผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นได้
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นมาตรฐานอีกมากมาย เนื่องจาก MCFrame มีรูปแบบโครงสร้างโปรแกรมเป็น แบบ framework (Framework Structure) ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพตรงกับความต้องการที่เฉพาะเจาะจงในทางที่จะส่งเสริมความสามารถหลักของผู้ใช้งานได้ ด้วยความสามารถระดับสูงของฟังก์ชั่นการใช้งาน ความยืดหยุ่นของระบบ และความสามารถในการเพิ่มเติมฟังก์ชั่นของ MCFrame จึงได้รับการชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ระบบได้รับความเชื่อมั่นมากกว่า 390 บริษัทที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคการผลิต มีการใช้งานได้หลายภาษา, MCFrame ได้รับความไว้วางไว้ให้ปรับใช้กับระบบการดำเนินงานของบริษัทญี่ปุ่นทั่วโลกที่มีฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศจีน ไทย และประเทศอื่นๆในอาเซียน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ สามารถอ่านได้ที่ http://www.mcframe.com/


เกี่ยวกับบริษัท ฮายาชิ เฟลท์ จำกัด
ฮายาชิ เฟลท์ เริ่มกิจการในค.ศ. 1948 บริษัทได้สร้างเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อความต้องการในการผลิตปริมาณน้อยแต่มีคุณภาพมากหลากหลายได้อย่างมีคุณภาพสูง ส่งมอบได้ในระยะเวลาอันสั้น และมีต้นทุนต่ำ การที่ฮายาชิ เฟลท์ ถูกเรียกว่า Material Coordinator ก็เพราะว่าบริษัทมีความสามารถทางเทคโนโลยีและความสามารถในการพัฒนาระดับสูงซึ่งสามารถแปรรูปวัตถุดิบทั้งหมดได้นั่นเอง ผลิตภัณฑ์ของ ฮายาชิ เฟลท์ ถูกใช้ในส่วนสำคัญของระบบของอุปกรณ์ทั่วไป, อุปกรณ์ OA, อุปกรณ์ AV, โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น และยังเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปเทคโนโลยีต่างๆอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบหลากหลาย เช่น ฟิล์ม, ยูรีเทน, สักหลาด ฯลฯ อย่างครบครัน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการซึ่งหลากหลายมากขึ้นและความต้องการในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรมให้มากยิ่งขึ้นต่อไปด้วย
ดูรายละเอียดของ ฮายาชิ เฟลท์ เพิ่มเติมได้จาก http://www.hfelt.co.jp/index.htm

บริษัท โทโย บิสซิเนส เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น
บริษัท โทโย บิสซิเนส เอ็นจิเนียริ่ง (หรือบีเอ็นจี) เป็นบริษัทเกี่ยวกับวิศวกรรมที่มีประสบการณ์ทางธุรกิจอย่างกว้างขวางตั้งแต่การวางแผนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, การให้คำปรึกษาทางธุรกิจด้านการดำเนินงาน BPR, ให้คำปรึกษาสำหรับการติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ, ที่จะให้บริการสำหรับการใช้งานของระบบและการให้บริการด้านการดำเนินงาน ยิ่งไปกว่านั้น B-EN-G ได้พัฒนาการเก็บประวัติการใช้งานของผู้ใช้งานด้วยความร่วมมือจากลูกค้าหลายรายเพื่อที่จะติดตั้ง ERP-based SCM และ CRM รวมถึงเพื่อส่งเสริมการขยายตัวทั่วโลกทั้งในประเทศจีน และประเทศอื่นๆ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ สามารถอ่านได้ที่ http://www.to-be.co.jp/
  • Back